โรงเรียนอรพินพิทยา
129 ม.10 ถ.สนามกีฬา  ตำบลต้นธง  อำเภอเมืองลำพูน จังหวัดลำพูน 51000
เบอร์โทรศัพท์ 053-534835 ถึง 6
ผู้บริหาร

อาจารย์อรพิน ศรีบุญเรือง
ผู้รับใบอนุญาต
สำหรับผู้ดูแลระบบ
ชื่อผู้ใช้
รหัสผ่าน
ลืมรหัสผ่าน
ลิ้งค์น่าสนใจ












ฝ่ายบริหารและบุคลากร
สถิติผู้เยี่ยมชม
เปิดเว็บไซต์ 12/02/2014
ปรับปรุง 23/06/2017
สถิติผู้เข้าชม 370682
Page Views 654228
    มิถุนายน 2560   
อา. จ. อ. พ. พฤ. ศ. ส.
    123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
ปฏิทินกิจกรรม
ไม่มีข้อมูล
หลักสูตรที่เปิดสอน
หลักสูตรที่เปิดสอน

ความหมาย ความสำคัญของสาระการเรียนรู้
ตามหลักสูตรโรงเรียนอรพินพิทยา พุทธศักราช 2559
(อิง) ตามหลักสูตรแกนกลาง การศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551

1. สาระการเรียนรู้ภาษาไทย
  ภาษาไทยเป็นเอกลักษณ์ของชาติ  เป็นสมบัติทางวัฒนธรรมอันก่อให้เกิดความเป็นเอกภาพและเสริมสร้างบุคลิกภาพของคนในชาติให้มีความเป็นไทย  เป็นเครื่องมือในการติดต่อสื่อสารเพื่อสร้างความเข้าใจและความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน  ทำให้สามารถประกอบกิจธุระ การงาน และการดำรงชีวิตร่วมกันในสังคมประชาธิปไตยได้อย่างสันติสุข และเป็นเครื่องมือในการแสวงหาความรู้ประสบการณ์จากแหล่งข้อมูลสารสนเทศต่างๆ เพื่อพัฒนาความรู้ พัฒนากระบวนการคิดวิเคราะห์ วิจารณญาณ และสร้างสรรค์ให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงทางสังคม และความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี  ตลอดจนนำไปใช้ในการพัฒนาอาชีพให้มีความมั่นคงทางเศรษฐกิจ  นอกจากนี้ยังเป็นสื่อแสดงภูมิปัญญาของบรรพบุรุษด้านวัฒนธรรม ประเพณี และสุนทรียภาพ  เป็นสมบัติล้ำค่าควรแก่การเรียนรู้ อนุรักษ์ และสืบสานให้คงอยู่คู่ชาติไทยตลอดไป

2. สาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์
  คณิตศาสตร์มีบทบาทสำคัญยิ่งต่อการพัฒนาความคิดของมนุษย์  ทำให้มนุษย์มีความคิดสร้างสรรค์  คิดอย่างมีเหตุผลเป็นระบบ มีแบบแผน  สามารถวิเคราะห์ปัญหาหรือสถานการณ์ได้อย่างถี่ถ้วนรอบคอบ  ช่วยให้คาดการณ์ วางแผน ตัดสินใจแก้ปัญหา และนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างถูกต้องเหมาะสม  นอกจากนี้คณิตศาสตร์ยังเป็นเครื่องมือในการศึกษาทางด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและศาสตร์อื่นๆ  คณิตศาสตร์จึงมีประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิต  ช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้นและสามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข

3สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์                                                                      
       วิทยาศาสตร์มีบทบาทสำคัญยิ่งในสังคมโลกปัจจุบันและอนาคต  เพราะวิทยาศาสตร์เกี่ยวข้องกับทุกคนทั้งในชีวิตประจำวันและการงานอาชีพต่างๆ  ตลอดจนเทคโนโลยี เครื่องมือเครื่องใช้และผลผลิตต่างๆ  ที่มนุษย์ได้ใช้เพื่ออำนวยความสะดวกในชีวิตและการทำงาน  เหล่านี้ล้วนเป็นผลของความรู้วิทยาศาสตร์  ผสมผสานกับความคิดสร้างสรรค์และศาสตร์อื่นๆ  วิทยาศาสตร์ช่วยให้มนุษย์ได้พัฒนาวิธีคิด  ทั้งความคิดเป็นเหตุเป็นผล  คิดสร้างสรรค์  คิดวิเคราะห์  วิจารณญาณ  มีทักษะสำคัญในการค้นคว้าหาความรู้ มีความสามารถในการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ  สามารถตัดสินใจโดยใช้ข้อมุลที่หลากหลายและมีประจักษ์พยานที่ตรวจสอบได้  วิทยาศาสตร์เป็นวัฒนธรรมของโลกสมัยใหม่ซึ่งเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ ( Knowledge – Based Society )  ดังนั้นทุกคนจึงจำเป็นต้องได้รับการพัฒนาให้รู้วิทยาศาสตร์  เพื่อที่จะมีความรู้ความเข้าใจในธรรมชาติและเทคโนโลยีที่มนุษย์สร้างสรรค์ขึ้น  สามารถนำความรู้ไปใช้อย่างมีเหตุผล  สร้างสรรค์และมีคุณธรรม

4. สาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
  สังคมโลกมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วตลอดเวลา  กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม  ช่วยให้ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจว่ามนุษย์ดำรงชีวิตอย่างไร  ทั้งในฐานะปัจเจกบุคคลและการอยู่ร่วมกันในสังคม  การปรับตัวตามสภาพแวดล้อม  การจัดการทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด  นอกจากนี้ยังช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจถึงการพัฒนา  เปลี่ยนแปลงตามยุคสมัย  กาลเวลา  ตามเหตุปัจจัยต่างๆ  ทำให้เกิดความเข้าใจตนเอง และผู้อื่น  มีความอดทน อดกลั้น ยอมรับในความแตกต่าง และมีคุณธรรม  สามารถนำความรู้ไปปรับใช้ในการดำเนินชีวิต  เป็นพลเมืองดีของประเทศชาติ และสังคมโลก

5. สาระการเรียนสุขศึกษาและพลศึกษา
  สุขภาพ หรือสุขภาวะ หมายถึง ภาวะของมนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้งทางกาย ทางจิต ทางสังคม และทางปัญญาหรือจิตวิญญาณ  สุขภาพหรือสุขภาวะจึงเป็นเรื่องสำคัญ  เพราะเกี่ยวโยงกับทุกมิติของชีวิต  ซึ่งทุกคนควรจะได้เรียนรู้เรื่องสุขภาพเพื่อจะได้มีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง มีเจตคติ คุณธรรมและค่านิยมที่เหมาะสม  รวมทั้งมีทักษะปฏิบัติด้านสุขภาพจนเป็นกิจนิสัย  อันจะส่งผลให้สังคมโดยรวมมีคุณภาพ

6. สาระการเรียนรู้ศิลปะ
  กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะเป็นกลุ่มสาระที่ช่วยพัฒนาให้ผู้เรียนมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์  มีจินตนาการทางศิลปะ  ชื่นชมความงาม  มีสุนทรียภาพ  ความมีคุณค่า  ซึ่งมีผลต่อคุณภาพชีวิตมนุษย์  กิจกรรมทางศิลปะช่วยพัฒนาผู้เรียนทั้งด้านร่างกาย จิตใจ สติปัญญา อารมณ์ สังคม  ตลอดจนการนำไปสู่การพัฒนาสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมให้ผู้เรียนมีความเชื่อมั่นในตนเอง  อันเป็นพื้นฐานในการศึกษาต่อหรือประกอบอาชีพได้

7. สาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี
  กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยีเป็นกลุ่มสาระที่ช่วยพัฒนาให้ผู้เรียน มีความรู้ ความเข้าใจ มีทักษะพื้นฐานที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต  และรู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลง  สามารถนำความรู้เกี่ยวกับการดำรงชีวิตการงานอาชีพและเทคโนโลยีมาใช้ประโยชน์ในการทำงานอย่างมีความคิดสร้างสรรค์ และแข่งขันในสังคมไทยและสากลเห็นแนวทางในการประกอบอาชีพ รักการทำงาน และมีเจตคติที่ดีต่อการทำงาน  สามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างพอเพียงและมีความสุข

8. สาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศมุ่งหวังให้ผู้เรียนมีเจตคติที่ดีต่อภาษาต่างประเทศ  สามารถใช้ภาษาต่างประเทศสื่อสารในสถานการณ์ต่างๆ แสวงหาความรู้ ประกอบอาชีพ และศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น รวมทั้งมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องราวและวัฒนธรรมอันหลากหลายของประชาคมโลก และสามารถถ่ายทอดความคิดและวัฒนธรรมไทยไปยังสังคมโลกได้อย่างสร้างสรรค์  ประกอบด้วยสาระสำคัญ ดังนี้
- ภาษาเพื่อการสื่อสาร  การใช้ภาษาต่างประเทศในการฟัง พูด อ่าน เขียน แลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร  แสดงความรู้สึกและความคิดเห็น ตีความ นำเสนอข้อมูล ความคิดรวบยอดและความคิดเห็นในเรื่องต่างๆ และสร้างความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลอย่างเหมาะสม
- ภาษาและวัฒนธรรม  การใช้ภาษาต่างประเทศตามวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา ความสัมพันธ์  ความเหมือนและความแตกต่างระหว่างภาษากับวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา ภาษาและวัฒนธรรมของเจ้าของภาษากับวัฒนธรรมไทย  และนำไปใช้อย่างเหมาะสม
- ภาษา ความสัมพันธ์กับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น  การใช้ภาษาต่างประเทศในการเชื่อมโยงความรู้กับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น  เป็นพื้นฐานในการพัฒนา แสวงหาความรู้ และเปิดโลกทัศน์ของตน
- ภาษา ความสัมพันธ์กับชุมชนและโลก การใช้ภาษาต่างประเทศในสถานการณ์ต่าง ๆ ทั้งในห้องเรียนและนอกห้องเรียน  ชุมชนและสังคมโลกเป็นเครื่องมือพื้นฐานในการศึกษาต่อ  ประกอบอาชีพ และแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับสังคมโลก

การจัดการศึกษาระดับปฐมวัย โรงเรียนอรพินพิทยา

การจัดการศึกษาระดับปฐมวัย โรงเรียนอรพินพิทยา

อุดมการณ์ของการจัดการศึกษาปฐมวัย (เตรียมอนุบาล – อนุบาล)

เป็นการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานระดับแรก  เพื่อวางรากฐานชีวิตของเด็กให้เจริญเติบโตอย่างสมบูรณ์  มีพัฒนาการสมวัยอย่างสมดุลทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญา  บนพื้นฐานความสามารถและความแตกต่างระหว่างบุคคล  โดยใช้กิจกรรมการเต้น และส่งเสริมพัฒนาที่มุ่งเน้นการอบรมเลี้ยงดู  และส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ที่ตอบสนองต่อธรรมชาติและพัฒนาการของเด็ก  ภายใต้บริบททางวัฒนธรรมและวิถีชีวิตทางสังคม

หลักการของการจัดการศึกษาปฐมวัย

  1. หลักการพัฒนาเด็กโดยองค์รวม -โดยเริ่มจากการพัฒนาด้านร่างกายให้แข็งแรงสมบูรณ์ กระตุ้นให้สมองได้รับการพัฒนาอย่างเต็มที่พัฒนาด้านจิตใจและอารมณ์  ให้เป็นผู้มีความรู้สึกที่ดีต่อตนเอง  เชื่อมั่นในตนเอง  ร่าเริงแจ่มใส  สามารถควบคุมอารมณ์ตนเองได้  พัฒนาด้านสังคมโดยให้มีโอกาสปฏิสัมพันธ์กับบุคคล และสิ่งแวดล้อมรอบตัว  ฝึกความมีมนุษยสัมพันธ์  เพื่อให้อยู่ร่วมกับผู้อื่นอย่างมีความสุข  รวมทั้งพัฒนาสติปัญญาและส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์
  2. หลักการจัดประสบการณ์ที่ยึดเด็กเป็นสำคัญ – โดยจัดการอบรมเลี้ยงดูด้วยความรัก ความเอาใจใส่และจัดการเรียนรู้ผ่านการเล่นและการทำกิจกรรมที่เหมาะสมตามวัย  โดยคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล  เน้นเรียนให้สนุก  เล่นให้มีความรู้และเกิดพัฒนาการสมวัยอย่างสมดุล
  3. หลักการเสริมสร้างความเป็นไทย – โดยการปลูกฝังจิตสำนึกความเป็นไทย ความเป็นชาติไทยที่มีวัฒนธรรมอันดีงาม  เคารพนับถือและกตัญญูกตเวทีต่อบิดามารดา และผู้มีพระคุณ  รู้จักเคารพเทิดทูนในสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
  4. หลักความร่วมมือ – โดยมุ่งเน้นให้ครอบครัว ชุมชน และสถานศึกษาร่วมมือกันในการอบรมเลี้ยงดู และพัฒนาการเด็ก  ให้มีพัฒนาการเหมาะสมกับวัยสามารถดำรงชีวิตประจำวันได้อย่างมีคุณภาพและมีความสุข  ตลอดจนพร้อมที่จะเรียนรู้ในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน
  5. หลักแห่งความสอดคล้อง – อุดมการณ์ของการจัดการศึกษาปฐมวัยของโรงเรียนอรพินพิทยา  ยึดหลักแห่งความสอดคล้องกับสาระบัญญัติในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย  พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ  สอดคล้องกับมาตรฐานการศึกษาของชาติ และเนื้อหาหลักสูตรมีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกับมาตรฐานการศึกษาระหว่างหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย และหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานตามหลักสูตรโรงเรียนอรพินพิทยา พุทธศักราช 2559  ภายใต้การบริหารจัดการตามแนวทางมาตรฐานการศึกษาปฐมวัย ในมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา  โรงเรียนอรพินพิทยา

หัวหน้าฝ่ายวิชาการอนุบาล และบุคลากรครูระดับหัวหน้าสายชั้นอนุบาล

  1. นางภาวิณี            อาทิตยาภิวัฒน์   หัวหน้าฝ่ายวิชาการอนุบาล
  2. นางดวงเดือน      พวงบุตร               หัวหน้าสายชั้นอนุบาล 1
  3. นางสาวชฎาพร   ปัญญา                 หัวหน้าสายชั้นอนุบาล 2
  4. นางชัชฎาพร       หาญพรหม           หัวหน้าสายชั้นอนุบาล 3
โครงสร้างหลักสูตรสถานศึกษา ระดับประถมศึกษา

โครงสร้างหลักสูตรสถานศึกษา  ระดับประถมศึกษา

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนอรพินพิทยา พุทธศักราช 2559   ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551  ได้กำหนดโครงสร้างของหลักสูตรสถานศึกษา และผู้ที่เกี่ยวข้องในการจัดการเรียนรู้ตามหลักสูตรของสถานศึกษามีแนวปฏิบัติ ดังนี้

1.  ระดับการศึกษา  กำหนดหลักสูตรเป็น 2 ระดับ  ตามโครงสร้างของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551 และตามภารกิจหลักของการจัดการเรียนการสอนในระดับประถมศึกษาของสถานศึกษา ดังนี้

     1.1  ระดับประถมศึกษา ( ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 – 6 )  การศึกษาระดับนี้เป็นช่วงแรกของการศึกษาภาคบังคับ  มุ่งเน้นทักษะพื้นฐานด้านการอ่าน การเขียน การคิดคำนวณ ทักษะการคิดพื้นฐาน  การติดต่อสื่อสาร กระบวนการเรียนรู้ทางสังคม และพื้นฐานความเป็นมนุษย์  การพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างสมบูรณ์และสมดุลทั้งในด้านร่างกาย สติปัญญา อารมณ์ สังคม และวัฒนธรรม  โดยเน้นจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการ

2.  สาระการเรียนรู้  สาระการเรียนรู้ในหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนอรพินพิทยา พุทธศักราช 2559  ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ได้กำหนดไว้ในหลักสูตร ประกอบด้วยองค์ความรู้ ทักษะหรือกระบวนการเรียนรู้ และคุณลักษณะหรือค่านิยม คุณธรรม จริยธรรมของผู้เรียน 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้  คือ

     2.1  กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย

     2.2  กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์

     2.3  กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์

     2.4  กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม

     2.5  กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา

     2.6  กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ

     2.7  กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี

     2.8  กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ

3.  กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน  กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนมุ่งให้ผู้เรียนได้พัฒนาตนเองตามศักยภาพ  พัฒนาอย่างรอบด้าน  เพื่อความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ ทั้งร่างกาย สติปัญญา อารมณ์ และสังคม  เสริมสร้างให้เป็นผู้มีศีลธรรม จริยธรรม มีระเบียบวินัย  ปลูกฝังและสร้างจิตสำนึกของการทำประโยชน์เพื่อสังคม  สามารถจัดการตนเองได้ และอยู่ร่วมกับผู้อื่นอย่างมีความสุข  แบ่งเป็น 3 ลักษณะ ดังนี้

      3.1  กิจกรรมแนะแนว  เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมและพัฒนาผู้เรียนให้รู้จักตนเอง  รู้รักษ์สิ่งแวดล้อม  สามารถคิดตัดสินใจ  คิดแก้ปัญหา  กำหนดเป้าหมาย  วางแผนชีวิตทั้งด้านการเรียนและอาชีพ  สามารถปรับตนเองได้อย่างเหมาะสม  นอกจากนี้ยังช่วยให้ครูรู้จักและเข้าใจผู้เรียน  ทั้งยังเป็นกิจกรรมที่ช่วยเหลือและให้คำปรึกษาแก่ผู้ปกครองในการมีส่วนร่วมพัฒนาผู้เรียน

      3.2  กิจกรรมนักเรียน  เป็นกิจกรรมที่มุ่งพัฒนาความมีระเบียบวินัย  ความเป็นผู้นำและผู้ตามที่ดี  มีความรับผิดชอบ  การทำงานร่วมกัน  การรู้จักแก้ปัญหา  การตัดสินใจที่เหมาะสม  ความมีเหตุผล  การช่วยเหลือแบ่งปันกัน  เอื้ออาทรและสมานฉันท์  โดยจัดให้สอดคล้องกับความสามารถ ความถนัด และความสนใจของผู้เรียน  ให้ได้ปฏิบัติด้วยตนเองในทุกขั้นตอน ได้แก่  การศึกษาวิเคราะห์วางแผน  ปฏิบัติตามแผน  ประเมินและปรับปรุงการทำงาน  เน้นการทำงานร่วมกันเป็นกลุ่ม  ตามความเหมาะสมและสอดคล้องกับวุฒิภาวะของผู้เรียน  บริบทของสถานศึกษาและท้องถิ่น  กิจกรรมนักเรียนในหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนอรพินพิทยา พุทธศักราช 2559   ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551  ประกอบด้วย

    -  กิจกรรมลูกเสือ - ยุวกาชาด

    -  กิจกรรมชุมนุม/ชมรม

     3.3  กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนบำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ต่อสังคม ชุมชน และท้องถิ่นตามความสนใจในลักษณะอาสาสมัคร เพื่อแสดงถึงความรับผิดชอบ ความดีงาม ความเสียสละต่อสังคม มีจิตสาธารณะ

4.  เวลาเรียน  หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนอรพินพิทยา  พุทธศักราช 2559   ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551  ได้กำหนดกรอบโครงสร้างเวลาเรียนขั้นต่ำสำหรับกลุ่มสาระการเรียนรู้  8  กลุ่ม  และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน  ซึ่งผู้สอนสามารถเพิ่มเติมได้  ตามความพร้อมและจุดเน้นของสถานศึกษา โ ดยสามารถปรับให้เหมาะสมตามบริบทของสถานศึกษาและสภาพของผู้เรียน ดังนี้

     ระดับชั้นประถมศึกษา (ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 - 6 ) ให้จัดเวลาเรียนเป็นรายปี โดยมีเวลาเรียนวันละ ไม่เกิน 6 ชั่วโมง


หัวหน้าฝ่ายวิชาการและบุคลากรในฝ่ายวิชาการ

   1.  นางศรีวรรณ      ชัวศิริกุล หัวหน้าฝ่ายวิชาการประถม

   2.  นางสาวกาญจนา  โปธาพันธ์ เจ้าหน้าที่ฝ่ายวิชาการ

   3.  นายมติพันธ์      ปัญญา เจ้าหน้าที่ฝ่ายวิชาการ